STORY OF HK

posted on 16 Nov 2009 17:15 by ryuryu

 

  True  Story from  HK  Airport  2009.11.09

ตัวเราเองกับน้องอีก2คนตัดสินใจว่าคงรอโชคชตาหรืออาศัยดวงอะไรกับเค้าไม่ได้

เลยตัดสินใจที่จะเลื้อนวันกลับออกไปให้กลับพร้อมกันวินส์

ตอนขามาก็รอกันเป็น20ชม.รอต่อไปอีกหน่อยคงไม่มีปัญหา55

เป็นอะไรที่ไม่รู้จะบอกยังไงว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มคอนก็สนุกมากๆ

ตอนมาว่าสุดยอดแล้วแต่ตอนกลับไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี

อันนี้เป็นตอนตรวจ Passport แบบว่ายังไม่เดินออกมากัน

ริวก้เล่นกล้องของตัวเองเคตะมีมาแจมขอดุด้วยไม่รู้กระซิ๊บคุยอะไรกันตลอด

แล้วริวเอากล้องมาถ่ายแฟนตอนนั้นเรากับน้องก็ทำ w กันริวถ่ายอยู่นานมาก

จนพวกเราเอามือลงแล้วมาถ่ายวีดีโอริวเป็นหลักฐานระว่างนั้น

เคตะก็ดุกล้องกับริวแจมตลอดทริปส่วนพี่เฮก็ยื่นอยู่กับสต๊าปผู้หญิงอีกคน

ถ้าดูจากวีดีโอจะเห็นหมวกพี่เฮอยู่ไกลๆ

  

 

ยืนรอซัก5นาทีริวก็ตรวจ เสร็จเป็นคนแรกเดินออกมารอ

พี่เฮเสร็จคนที่2ก้เดินออกมาก่อนเลยส่วนเคตะเสร็จทีหลังคงไม่ต้องรอใครฮิฮิ

พี่เฮเสร็จแล้วไม่รอใครเดินออกมาเลยแบบว่าขาวหล่อใส่อะ 

ไม่รู้จะบรรยายอะไรดูจากวีดีโอคงรู้ยืนตรงหน้าอยากจะกระโดนกอด

 

 

 ต่อมาก็เป็นคลิ๊ปสั้นๆตอนเดินๆกันจะลงบรรไดเลื้อน

เคตะออกมาคนสุดท้ายแฟนก้เยอะเลยทุลักทุเล(แอบมีไหม)

 

 

 อันนี้ต่อจากข้างบน

เรียงแถวลงบรรไดเลื้อนกันลงมาริวคนแรกพี่เฮคนที่2ก้เดินกับปกติดีอารมณ์ืดี

ไม้ได้เดินหนีใครถ้าเดินหนี้ใครอาจจะเดินหนีเราอะ55555 

คงไม่ได้ไปงอนใครมาฮิฮิในวีดีโอคงจะได้เห็นว่าพี่เฮอารมณ์ดีเล่นกล้องด้วย 

เคตะมาคนสุดท้ายแล้วก็มองตามว่าทุกคนจะเดินไปทางไหนกันต่อแล้วก็เดิน

ตามพี่เฮมาเดินมาอีกหน่อยก็มาหยุดคุยกับทีมงานคนญี่ปุ่นแล้วก็คุยกับริว

ถามกับว่าจะเอาไงใครจะซื้อของฝากอะไรแล้วก็ตัดสิ้นใจไปทางนั้น(ทางไหนไม่รู้ของริว)

ส่วนพี่เฮก็ยืนๆไม่ได้คุยอะไรกับใครแถมหันมาเล่นกับกล้องคุณพู้ด้วยขานั้น็้กรี๊ดตลอดอะ55

แล้วก็หันหลังไปแล้ว ไฟล์นี้ไม่ได้เอาเสียออกจะได้ยินเสียงสดตอนวินส์คุยกันจะได้รู้ใครคุยกับใครๆไม่ได้คุยฟังแล้วน่าจะจำได้เสียใครเป็นใคร 

 

 

 ส่วนคลิ๊ปนี้เป็นตอนที่เดินจะไปซื้อของกันทั้ง3คนก้เดินมาด้วยกันดูตามดีวีโอเลยค่ะ

ก็เดินๆกันมาแล้วแล้วก็มีจังหวะที่พี่เฮเดินมาข้างเคคตะโบกมือให้แฟนแล้วเคตะก้เดินนำพี่เฮ

ไปขึ้นบรรไดเลื้อนขึ้นบรรได้เลื้อนอีกแล้ว

เคตะขึ้นขั้นต่ำกว่าริว1ขั้นแต่ดูสูงกว่าริวได้อีก55แล้วก็คุยไรกันไม่รู้แต่พี่เฮมองกล้องตลอด

แล้วก็ไปซื้อของกันตอนแรกเข้าร้านเดี๋ยวกันเคคตะก็ซื้ออะไรไม่รู้มีแฟนๆไต้หวันไปคุยด้วย

เคตะก็คุยหัวเราะกันเสียดังหลังจากนั้นเคตะก็ออกไปอีกร้านพี่เฮกับริวก็ยังอยู่ร้านเดิม

แต่ทั้ง2คนก็ไม่ได้ซื้ออะไรแล้วทั้ง2คนก้เดินไปหาเคตะอีกร้าน 

 

 

 

ส่วนอันนี้เป็นตอนเดินมาหาเคตะอีกร้านไม่ได้ตัดเสียออกจะได้ยินเสียงเคริวคุยกัน

แต่จะหนวกหูเสียงคุณพู้กับคุณจ๋ากรี๊ดกร๊ากความหล่อของผู้ชายโทษทีนะคะทนไม่ไหว

ระว่างเคริวคุยกันที่ไม่เห็นพี่เฮเพราะพี่อยู่นี่ค่ะข้างหลังริวเหมือนจะหลับซบหลังริว

 

 

พี่เฮยื่นง่วงอยู่หลังน้องริวขอซบหน่อย555

Photobucket

Photobucket

 หลังจากนั้นก็เดินๆๆๆๆๆๆถ้าไม่ขึ้นรถกอล์ฟคงเดินต่อไปอีกซัก30นาทีสนามบินใหญ่ได้อีก

ไกลขนาดต้องมีรถไฟ

ช่วงที่นั่งรถรถกอล์ฟตลกมากๆพี่เฮมาถึงก่อนพี่ก็อยากจะไปนั่งตรงคนขับแต่แอบแกลงใจ

พี่เลยมานั่งข้างคนขึ้นส่วนอีก2คนก้ไปนั่งข้างหลังเคตะก็อารมณ์ดีโบกไม้โบกมือเซอร์วิช

แฟนๆตลอดเคตะเนียสุดยอดจริงๆแล้วอยู่ๆทีมงานบอกว่าให้นั่งคนละคันทุกคนก็งงๆ

แต่พี่เฮประมานว่าใครจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไปพี่จะอยู่ตรงนี้ แล้วก็แก๊กท่าให้ถ่ายรูป

ใครอยู่ตรงนั้นจะได้ถ่ายรูปคู้กับพี่เฮในท่าเดียวกัน จากนั้นริวก็ลุกไปอีกคันเคตะ

ก็ลุกตามริวมานั่งอีกคันความลั่นล้าของเคตะ 

Photobucket

วีดีโอความลั่นล้าของเคตะพี่เฮก็อารมณดี์เย่ใส่กล้องด้วยแก๊กท่าให้ถ่ายรูปตลอด

เราพูดว่าเคตะมองทางนี้หน่อยเคตะ็้หันมาสุดยอดจริงๆ 

เรียกริวริวก็ถ่ายแต่รูปเคตะจะถ่ายเพื่อเห็นกันจะ365วัน

ส่งสัยเป็นหลักฐานความป๊อปของเคตะบ้ายบายริวแล้วริวตอบกลับมาว่าบ้ายบาย

แบบว่าดีใจสุดชีวิตอะใครชอบเคตะเนียบอกได้คำเดียวสุดยอดเซอร์วิช 

ตอนที่แยกรถไปแล้วมีแฟนได้ถ่ายรูปแบบรูปมือถือหน้าชิดหน้ากันเคตะด้วย 

 

 

หลังจากตามรถมาก้ตามไม่ทันคิดว่าน่าจะขึ้นเครื่องไปแล้วก้เลยนั่งเม้ากัน

แต่อยู่ดี3คนก็เดินลงมาจากชั้นรับรอง แบบว่าดีใจมากๆคิดว่ากลับไปแล้ว

แต่ยังได้บอกลาส่งขั้นเครื่องวันมาก็รับกันหน้าเกตดีใจมากทริปนี้ถ้าไม่ได้ไป

คง.......ริวหันหลบหลังพี่เฮมาบ้าบบายใส่กล้องดีใจจริงโว้ยยยยยยย

กุมมือบอกพี่เฮกับเคตะไปว่า thailand fan ๆๆๆ เคตะโอเคกลับมาพี่เฮรับรู้

ไทยแลนแฟนนะคะพี่ ไม่ใช่ไต้หวันแฟน 

 

 

 

   

 

offshot at hk

 

KEIRYU's SHOT <3

 

 

 

edit @ 24 Nov 2009 20:25:21 by ryuryu

ความซวยยังต่อเนื่อง

posted on 16 Sep 2008 19:00 by ryuryu

วัยที่ 05-08-08 อีกครั้งนึ่งกับการยกกระเป๋าใบเท่าบ้านเดินไปโรงแรม(เกสเฮ้า)

จริงๆอยากจะบอกว่าลืมแผนที่ไว้ที่บ้านเพื่อนที่โอซาก้าเลยต้องโทรถามทางตลอล

แล้วมือถือที่แบ๊ตกำลังจะหมดพอมาถึงสถานีเห็นมีบรรได้เลื้อนก้แอบดีใจแต่สุดท้ายซวยอีกจนได้เพราะว่ามันมีแค่ครึ้งเดียวอีกครึ้งเป็นบรรไดประมาน25ขั้นนึกสภาพกระเป๋าใบเท่าบ้านเป้อีกใบแล้วยังจะถุงของที่เพิ่งไปเอามาจากเพื่อนอีก4ถุงใหญ่ๆตอนนี้พอไปถึงฝนก้ตกแรงมากกทุกคนต้องมายืนรอๆอยู่ตรงทางขึ้นแถมฝนตกโทรศัพท์ไม่มีคลื่นอีกไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ที่ญี่ปุ่นโทรศัพท์ไม่มีคลื่นค่าๆๆๆๆๆผ่านไป30นาทีฝนหยุดโทรหาผู้จักการเกสเฮาติดได้ดีใจมากกกกแต่พอมานึกถึงว่าต้องยกกระเป๋าคนเดียว(เพราะอย่างไปหวังว่าผู้ชายญี่ปุ่นแมนๆจะช่วยคุณยกผู้ชายแมนๆที่จะช่วยคุณยกกระเป๋ามีอยู่ทั่วโลกแต่ไม่มีที่ญี่ปุ่นแน่นอนค่ะ)พอยกกระเป๋าไกลจะถึงก้มีคุณป้ามาช่วยเป็น5ขั้นที่ดีใจมากไอ้ผู้ชายญี่ปุ่นดีแค่น่าตาจริงๆนึกขึ้นได้ก้นึกถึงคำที่เคตะเคยพุดในรายการๆนึงว่าผมคิดว่าความเป็นเลดี่เฟิอตสำคัณมากคลับผู้ชายทุกคนควรมีและผู้ชายทัวโลกรู้จักคำนี้แต่ผู้ชายญี่ปุ่นไม่รู้จักคำนี้เป็นคำพูดของเคตะที่ชอบที่สุดแล้ว พอเค้าบอกทางเราก็ถามทันทีว่าไกลหรือเปล่าเค้าไม่ได้มันก็ไม่ไกลมากมายอะไรสำหรับคนที่ไม่ได้ถือหรือหิ้วอะไรหนักประมาน1กิโลกว่าๆแบบสุดจะเหนื่อยจริงๆพอไปถึงเกสเฮ้าได้มันอยู่ชั้น2ดัดสินใจว่าจะไม่มีทางยกกระเป๋าขึ้นไปเองเด้กขายเพราะว่ามันยกไม่ไววหวจริงบรรได้ชันมากเลยเดินขึ้นไปวานผู้ชายคนนึงยกให้ยังดีที่มีผู้ชายอยู่ พอไปถึงต้องไปนั่งรอผู้จัดการอีกกว่าเค้าจะกลับมาก็4ทุ่ม เหนื่อยอยากอาบน้ำอยากนอนนพอจัดการเรื่องค่าที่พักเรียบร้อยก้ได้อาบน้ำแล้วในใจก้คิดว่าต้องรีบนอนเพราะวันที่6จะไปรอวินส์ที่สถานีโตเกียวเพราะไม่รู้วินส์จะไปเวลาไหนพอเช้าวันที่6ก้ได้แค่คิดเพราะเหนื่อยมากจนตื่นไม่ไหวเรียกกว่าลุกไม่ไหวดีกว่าตืน11โมงกว่ากว่าจะไปถึงสถานีก้เที่ยวกว่าๆแล้วเราก็โง่อีกแล้วลืมไปว่าช่าวนั้นเป็นวันหยุดน่าร้อนของญี่ปุ่นแล้วที่เซ็นได้ที่เราจะไปตอนนี้มาเทศการทานาบะตะแบบว่าชินคันเซ็นที่คิดจะไปก้เต็มกว่าจะได้ไปก็บ่าย1กว่าไกว่าจะไปถึงก้บ่าย3กว่าข้าวมื้อแรกของวันนี้http://s2.photobucket.com/albums/y42/tassaya/?action=view&current=IMG_4345.jpg[IMG]http://i2.photobucket.com/albums/y42/tassaya/IMG_4354.jpg[/IMG]

[IMG]http://i2.photobucket.com/albums/y42/tassaya/IMG_4354.jpg[/IMG][IMG]http://i2.photobucket.com/albums/y42/tassaya/IMG_4354.jpg[/IMG]

แล้วตั๋วคอนของวันที่6-7ก็ยังไม่มีเราคิดแต่ว่าจะรองไปดูหาไม่ได้ก้ไม่ดูเพราะว่ามีตั๋วเจอายังไงก้ไม่ได้เสียค่ารถไฟอยู่แล้วใช้ตั๋วให้คุ้ม พอไปถึงน่าคอนเห็นแถวที่ต่อรอซื้อของทัวแบบว่ายาวมากกต้องตากแดดอีกต่างหากเลยคิดว่าไปซื้อรอบที่คานากาว่าเอาดีกว่า

ดุดิยาวมากมาย

Photobucket

รอไปเพื่อนจะมีคนเอาตั๋วมาขายในที่สุดก้ได้ตั๋วใบแรกมาแต่เป็นของวันที่7ก็นั่งรอต่อไปเจอคนไต้หวันเลยนั่งคุยกับเค้าแต่ก็พูดว่าอยากได้ตั๋วจังเลยอยู่ดีๆก็มาคนมาสะกิดถามว่าซื้อตั๋วไหมโอ้ไม่อยากจะเชื่อเหลืออีก30นาทีคอนจะเลิมในที่สุดก้ได้มาอีกใบมาจนได้

ได้ดูแล้ววววววว

น่าตาตั๋วแฟนคลับ

Photobucket

edit @ 16 Nov 2009 17:00:16 by ryuryu

w-inds live tour 2008

posted on 06 Sep 2008 20:44 by ryuryu

ทริปนี้ไปคนเดียวเหนื่อยที่สุด ลำบากยิ่งกว่าไปรบ

กว่าจะได้ไป เคียดสุดๆ  อยากบอกว่าทุกอย่างสุดๆจริงการไปดูวินส์ครั้งนี้

โชคดีที่สุดในชีวิตก็ครั้งนี้ เหนื่อยที่สุดในชีวิตก็ครั้งนี้  จนที่สุดในชีวิตก้ครั้งนี้

คงไม่มีอะไรยิ่งกว่านี้อีกแล้ววววววว

วันที่ 03/08 /08

เครื่องขึ้น 06.00 นึกว่าจะต้องตกเครื่องอีกรอบแท๊กซี่มาช้ามาก

กระเป๋าใบเท่าบ้าน เป้ก็หนักสุดๆ เรื่องกระเป๋ายังไม่เท่าไรตอนนั้นยังไม่รู้ตัวเองว่าต้องเจอกับอะไรที่ยิ่งกว่านี้มากมายยนักกกบอกใครๆจะไปเชื่ออ

ไปคนเดียวแต่ขอหน่อย ตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมยังอารมณ์ดีได้อีก

เครื่องขึ้น6.00โมงแสงสวย

นั่งที่ปลอดภัยมากตรงปีกเครื่องพอดี

อาหารมื้อแรกจำได้ว่าไม่ได้กินเป็นสโลแกนของNWคือไม่อร่อยทุกอย่าง(กรูไปถุกแล้วยังไปบ่นเค้าอีกก)

พอกินเสร็จ(กินของอย่างอื่น)ก้ถึงเวลาหาที่นอนเพราะไม่มีคนนั่งข้างเลยนอนสะบายพอสมควร)

เวลาผ่านไป6ชม.ก็มาถึงแล้วนาริตะคูโคที่ไม่ได้มาซะนาน

 

แล้วความเครียดก้มาถึงหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขนะนี้(เป็นภาษาญี่ปุ่น)เบอร์เพื่อนที่จะไปพักด้วยติดต่อไม่ได้กรูอยากตายยแล้วกรูจะไปพักที่ไหนโรงแรมก้ไม่ได้จองไว้ไม่รู้จะทำยังไงเลยตัดสินใจส่งเมลไปหาเพื่อนที่โอซาก้าว่าจะไปหาวันนี้เลยนะแล้วก้จัดการไปแลกเจอาเพราะไม่รู้จะทำยังไงแล้วแต่จะให้แบกประเป๋าใบเท่าบ้านไปด้วยก็คงไม่ไหวเลยตัดสินในว่าจะเอาของไปเก็บในล๊อกเกอร์ที่สถานี้ชินะคาว่าก่อนแล้วจะรองพยามโทรหาเพื่อนดูอีกที

แต่ก็มีความซวยซ้ำซวยซ้อนอีกก็คือโทรศัพท์มือถือที่อุส่าเปิดโทรต่างประเทศไว้นั้นคนที่บ้านเอาที่ชาตแบ๊ตไปมีถือเลยมีแบ๊ตเหลือแค่2ขีดพอไปถึงโตเกียวเพื่อนที่จะเอากระเป๋าไปเก็บก้ไปเดินหาลีอกเกอร์เจอล๊อกเกอร์ที่คิดว่าน่าจะใหญ่สุดแต่ว่าพอรองเอากระเป๋ายังลงไปปรากฎว่าใส่ไม่ได้ก็รองโทรไปหาเพื่อนคนญี่ปุ่นถามเค้าว่าไอ้ล๊อคเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ใช่ที่ราคา600เยนใช่ปะเพื่อนก้บอกว่าใช่นั้นใหญ่สุดแล้วแต่มันใส่ไม่ได้จะทำยังไงพอดีก้ลืมคิดไปว่าตัวเองเอากระเป๋าลากใบเล็กใส่มาในประเป็ใบใหญ่ด้วยรองเอาใบเล้กออกมาอาจจะยัดได้กว่าจะหยัดกระเป๋าได้ก้เป็นชั่วโมงความซวยยังไม่หมดแค่นั้นเพราะว่าเพื่อนที่โอซาก้าให้เบอร์โทรมาก็ลืมเม็มไว้ต้องไปหาร้านเน็ตเปิดเมลซื้อร้านเน็ตแถวสถานีชินาคาวะไม่มีเลยแล้วดูดีก็ไปเห็นโรงแรมๆนึงมีเน็ตให้เล่นเราก็น่าด้านมากมายไปเล่นของเค้าจนได้เบอร์เพื่อนมาหลังจากนั้นก้ตัดสินใจไปขึ้นชินคันเซ็นเพื่อนไปโอซาก้าความซวยยังมีอยู่ต่อเนื่องโทรศัพท์ที่แบ็ตจะหมดต้องปิดๆเปิดๆเครื่องเพื่อนที่โอซาก้าก็เป็นแบบเดิมอีกคือโทรไม่ติดแบบตอนนั้นอยากตายแล้วกรูจะทำยังงายยยยยยยยยยตอนอยู่บนชินคันเซ็นก็พยามโทรๆๆๆๆแบ็ตก็จะหมดแล้วกรูจะทำยังไงดีพอถึงเกียวโตอีก10กว่านาทีจะถึงโอซาก้าอยู่แล้วในที่สุดก้โทรติดแล้วววเพื่อนบอกว่าทำงานพิเศษอยู่เลยรับไม่ได้ๆๆสรุปก้ไปค้างบ้านเพื่อน2คืนแล้วก็จักการจองโรงแรงและก็ต้องอ๊อคตั๋วคอนของวันที่9-10ได้มาแล้ว

 

 

 

 

 

edit @ 6 Sep 2008 23:32:34 by ryuryu

edit @ 12 Sep 2008 18:46:42 by ryuryu

edit @ 12 Sep 2008 18:50:21 by ryuryu

edit @ 12 Sep 2008 18:55:45 by ryuryu

edit @ 16 Sep 2008 18:58:52 by ryuryu